Active TopicsActive Topics  Display List of Forum MembersMemberlist  Search The ForumSearch  HelpHelp
  RegisterRegister  LoginLogin
กิจกรรม
 Khunya : กิจกรรม
Subject Topic: เหิรฟ้าท่องแดนทองคำ Post ReplyPost New Topic
Author
Message << Prev Topic | Next Topic >>
Editor
WebEdit_t
WebEdit_t
Avatar

Joined: 25 July 2005
Online Status: Offline
Posts: 855
Posted: 14 August 2007 at 22:33 | IP Logged Quote Editor

คุณย่าพาศิษย์เหิรฟ้าท่องแดนทองคำ

                 เป็นครั้งที่สองที่ย่าไปเยือนประเทศพม่า ครั้งแรกที่ไปประมาณ 30 กว่าปีแล้ว  ครั้งนั้นที่ได้ไปเพราะรัฐบาลพม่าได้ประกาศให้ชาวมอญทั้งหลายที ่อาศัยอยู่ภายในประเทศพม่า และนอกประเทศได้มีโอกาสฉลองวันสำคั ญของชาวมอญ ณ.กรุงย่างกุ้ง

                 ย่าเป็นลูกหลานมอญ ตระกูลหลักคงคา คุณทวดผู้หญิงชื่อปั้น เป็นลูกสาวของ พระปันสดิษฐ์บดี (หนู) ผู้ว่าราชการเมืองท่าขนุน ในรัฐกาลที่ 4 ซึ่งสืบทอดมาจากพ่อคุณใหญ่ เป็นต้นตระกูลหลักคงคา คุณทวดปั้นเป็นลูกพี่ลูกน้องกับรองอำมาตย์โท ขุนอาโภคคดี (เพิ่ม  หลักคงคา) มีศักดิ์เป็นปู่น้อยของย่าเอง คุณปู่ของย่า ท่านรับราชการในกรมอัยการ ขณะนั้นพระยามานนวราชเสวี เป็นอธิบดีกรมอัยการ ตำแหน่งสุดท้ายของท่านปู่คือ อัยการจังหวัดสมุทรสาคร

                 ที่ลำดับต้นตระกูลทางคุณย่าที่เป็นลูกสาวคุณทวดปั้น ซึ่งเป็นลูกสาวมอญ แท้ๆมานั้นเพื่อจะให้ศิษย์ได้รู้จักกำเนิดโครตเง่าศักราชของอาจ ารย์ย่าของศิษย์ทั้งหลาย ครั้งแรกที่ย่าเหยียบแผ่นดินพม่านั้น ชาวมอญในประเทศไทย เหมาเรือบินไปทั้งลำโดยมีคุณดำรงค์คนมอญเป็ นผู้จัดการนำกลับไปยังแผ่นดินของปู่ย่าตายาย บรรพบุรุษของเรา เกือบ 200 ปี ย่ายังสามารถไปพบญาติโกโหติกา ที่เมืองหงสาวดี ลำดับญาติกันได้ไม่น่าเชื่อเลย วันนั้นเสียน้ำตาไปหลายปี๊บ ได้เข้าร่วมประเพณีที่งดงามของชาว มอญที่ยึดมั่นต่อพุทธศาสนาอย่างเหนียวแน่น ชาวมอญมีนิสัยรักสง บ สมถะ ไม่ชอบเบียดเบียนใคร ทำแต่บุญ ไม่ชอบทำบาป ประเทศมอญจึงสูญหายไปจากแผนที่โลก

                 ครั้งที่สองนี้ตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะกลับไปอีกครั้งเพื่อจะไป กราบไหว้บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในแผ่นดินของบรรพบุรุษของย่าที่สร ้างไว้ เช่น พระเจดีย์ชเวดากอง ณ.เมืองย่างกุ้ง ซึ่งในประวัติชี้ชัดว่า มีพ่อค้าชาวมอญ 2 พี่น้องชื่อ “ตะปุสสะ” และ “กัลลิกะ”จากประเทศรามัญ (พม่าปัจจุบัน)ได้เดินทางไปค้าขายยังประเทศอินเดียในขณะที่สมเด ็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ใหม่ๆ ทั้งสองพี่น้องเดินทางเข้า ไปเฝ้ามีความศรัทธาแรงกล้า ได้ถวายข้าวตูซึ่งเป็นเสบียงสำหรับอาหารของตนแด่พระพุทธเจ้า แ ละได้ขอสมาทานสรณะ 2 คือ พระพุทธและพระธรรมต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก่อนที่จะทูลลาก ลับได้ทูลขอของที่ระลึกได้กราบไหว้บูชา พระพุทธเจ้าทรงจูบพระเศียร มีเส้นพระเกษาติดพระหัตถ์ออกมาถึงแ ปดเส้น ทรงประทานให้สองพี่น้องนำกลับไปยังรามัญประเทศ สองพานิชมอญได้นำมาถวายพระเจ้า อิกกะละปะ ซึ่งเป็นกษัตริย์ครองประเทศรามัญในขณะนั้น กษัตริย์มอญรับสั่งให้สร้างพระเจดีย์ขึ้น ณ.กรุงย่างกุ้ง ภาษามอญเรียกเจดีย์นี้ว่า “เด็งเล่ะเกิ้ง” บรรจุพระเส้นเกษาทั้ง 8 เส้น ชาวพม่าเรียกพระเจดีย์นี้ว่า “ชเวดากอง”

                 ตามประวัติที่สืบทราบกันมาว่า เมื่อครั้งสมเด็จพระนเรศวรมหารา ชได้ถูกยึดเป็นองค์ประกันอยู่ที่พม่านั้น ได้มีพระมหาเถระคันฉ่อง ท่านเป็นมอญชาวเมืองแครง ตัวท่านพร้อมกับพระยารามและพระยาเกียรติ์ ได้ลอบเข้าไปพบพระนเ รศวรเพื่อทูลเหตุร้ายว่า พระเจ้านันทะบุเรงได้วางแผนที่จะปลงพ ระชนม์ชีพองค์พระนเรศวร พระองค์จึงตัดสินพระทัยเสด็จหนีกลับกร ุงศรีอยุธยา และได้ประกาศอิสรภาพตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา สมเด็จพระนเรศวรไ ด้ทรงแต่งตั้งพระมหาเถระคันฉ่องเป็นสังฆราชปกครองพระสงฆ์ทั่วรา ชอาณาจักรประเทศมอญ

                 ย่ากับคณะศิษย์และผู้ร่วมเดินทางทั้งหมด 27 คน ได้ออกเดินทางจากประเทศโดยสายการบินไทยในวันที่ 25 กรกฎาคม 2550 เวลา 8.05 น. ถึงสนามบินย่างกุ้ง 9.00 น.เวลาท้องถิ่นของพม่าซึ่งช้ากว่าเมืองไทย 30 นาที ใช้เวลาการบิน 1.30 ชั่วโมง ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อย ออกเดินทางจากสนามบินย่างกุ ้งสู่เมืองไจติโย โดยรถบัสที่ใหม่เอี่ยม ทราบจากไกด์พม่าว่า เจ้าของเป็นลูกเขยประธานาธิบดี ร่ำรวยมากมีเรือบินภายในประเทศ 10 กว่าลำ มีรีสอร์ทกลางทะเลสาบ มีกิจการมากมาย

                 10.30 น. เดินทางไปเมืองหงสาวดี เมืองเก่าของชาติมอญ ย่ากับคณะได้ไปสวดมนต์กราบนมัสการพระมหาเจดีย์พระธาตุมุเตา ศา สนสถานที่สำคัญและศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในเมืองหงสาวดี เป็นพระมหาเจดีย์พระธาตุเก่าแก่อายุกว่าพันกว่าปี

                  12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันร้านเจ้าสัว เมื่อทานเสร็จเรียบร้อยจะเดินทางต่อ ไกด์ผู้นำทางบอกให้คณะศิษ ย์ซื้อเสื้อฝน เพราะเรามาเที่ยวในระยะฤดูฝนซึ่งตกทุกวัน(ซึ่งร าคาทัวร์จะถูกลงมาก ทุกอย่างลดราคา) แต่ไม่มีใครสนใจซื้อเพราะคุณนิดาได้เขียนประก าศไว้ว่ามากับย่าไม่ต้องกลัวฝน ไกด์ทำหน้างงๆ คงไม่เชื่อ หรืออาจจะคิดว่าคนไทยชอบเล่นน้ำฝนก็ได้

                 13.30 น. ออกเดินทางขึ้นเขาเข้าสู่เมือง “ไจติโย” ถึงชานเมืองต้องเปลี่ยนเป็นรถกุดัง คนแก่ได้นั่งด้านหน้ากับคนขับ ส่วนลูกศิษย์ต้องนั่งเรียงหน้าก ระดานบนแผ่นไม้บนกระบะ ขึ้นเขาระยะทาง 8 ก.ม. และลงเปลี่ยนจากรถกุดังมาขึ้นเสลียงพม่า 4 คนหาม ค่าหามเสลียงหมื่นหกจ๊าก หามขึ้นเขาระยะทาง 2 ก.ม. สูงชันมากเลยต้องทิปไปอีกคนละ 4 พันจ๊าก ย่าได้เปลี่ยนสภาพเป็นเศรษฐีในพริบตาใช้เงินเป็นว่าเล ่น (พันจ๊ากเท่ากับ 30 บาทไทย) ถึงบนยอดเขาเข้าที่พัก Kyerkhtiy Hotel มีสภาพคล้ายโรงเตี้ยมที่เมืองจีน

17.30 น. ออกจากที่พักเดินขึ้นไปกราบนมัสการ “พระธาตุอินทร์แขวน” มีพระเจดีย์สถิตอยู่บนยอดพระธาตุ ปิดทองอร่ามตา นัยว่าลอยอยู่บนยอดเขา เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ 1 ใน 7 แห่งของพม่า ลักษณะการก่อสร้างพระเจดีย์ และมณฑป เป็นฝีมือเก่าแก่ของมอญ ย่ากับลูกศิษย์ร่วมกันสวดมนต์ขอพรทำสมาธิ

20.00 น. กลับลงมาพักที่โรงแรม

วันที่สอง 6.00 น. เดินทางกลับเข้าสู่ย่างกุ้ง ระหว่างทางเข้าเมืองหงสาวดี เมืองหลวงเก่าของมอญ เข้ากราบนมัสการพระพุทธไสยาสน์ ซึ่งศักดิ์สิทธิ์อันดับสองของเมืองหงสาวดี มีความยาว 60 เมตร สูง 17 เมตร มีความงดงามมาก พวกเราได้สวดพระพุทธมนต์ ทำสมาธิและขอพรจากท่าน

ได้ไปนมัสการพระเจดีย์มูเตา ประจำเมืองหลวงของมอญในอดีตกาล เดินทางไปทิศตะวันออกขององค์พระเจดีย์ มีรูปหงส์จำลอง เป็นสถานที่ที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จมาถึงและพบหงส์ 2 ตัวผัวเมียเกาะอยู่ด้วยกันที่มูลดินข้างชายน้ำ และได้ทรงทำนาย ไว้ว่า พื้นที่แห่งนี้จะเป็นกรุงหงสาวดีในอนาคต ย่านำศิษย์สวดมนต์ ทำสมาธิ แผ่ส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษของมอญ ที่เป็นบรรพบุรุษของย่าด้วย

ไกด์พาชมพระราชวังเก่าแก่ของเมืองหงสาวดีในอดีตเป็นพระราชวังขอ งพระเจ้าบุเรงนองกะยอดินนรธา สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเคยประทับอ ยู่

17.00 น. ถึงเมืองย่างกุ้ง ขึ้นไปบนพระเจดีย์(ขณะนี้มีลิฟท์ขึ้นลงสะดวกมาก)ได้ร่วมกันสวดม นต์ทำสมาธิเพื่อนมัสการพระบรมธาตุชเวดากอง พระมหาเจดีย์ทองคำท ี่งดงามที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์สถิตอยู่คือ พระเกศาของพระพุทธเจ้า 8 เส้น พระเจดีย์นี้ตั้งอยู่กลางใจเมืองสูงประมาณ 109 เมตร ความยาวของฐานโดยรอบประมาณ 473 เมตร รายล้อมไปด้วยเจดีย์องค์เล็กองค์น้อยอีกร้อยองค์มีพระพุทธรูปที ่งดงามหลายร้อยองค์ ยอดฉัตรองค์มหาเจดีย์ประกอบด้วยเพชรพลอยที ่ล้ำค่า นับเป็นงานสถาปัตยกรรมฝีมือช่างชาวมอญโบราณที่สร้างไว้งดงามมาก

20.00 น. เข้าสู่ที่พักโรงแรมกันดอจี เป็นโรงแรมที่สร้างด้วยไม้สัก นัยว่าเจ้าของเป็นคนไทย ในโปรแกรมว่าจะได้ชมการแสดงพื้นเมือง 10 ชุด ดีที่สุดในย่างกุ้ง แต่ไม่มี ทานอาหารแล้วเข้านอนเลย

วันที่สาม เวลา 8.30 น. ออกจากเมืองย่างกุ้งไปมัณฑเลย์ โดยสายการบินภายในประเทศ

                 9.30 น. ถึงเมืองมัณฑเลย์ รถบัสมารับ พาไปชมวัดกุโสดอ ซึ่งในอดีตเป็นสถานที่ทำสังคยาทาพระไตรปิฎกคร ั้งที่ 5 มีแผ่นศิลาหินอ่อนจารึกพระไตรปิฎกทั้ง 84,000 พระธรรมขันธ์ เป็นแผ่นจารึกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ย่ากับคณะลูกศิษย์สวดพระพุทธมนต์ทำสมาธิถวายมหากุศลให้แก่เหล่า เทพยาดาที่ประทับอยู่มีจำนวนนับไม่ถ้วนนับว่าเป็นสถานที่ศักดิ์ สิทธิ์อีกแห่งหนึ่ง

12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารไทย
                 13.00 น. เข้าชมวัดชเวนันดอ วิหารของวัดนี้เคยเป็นพระที่นั่งของกษัตริย ์มินดงมาก่อน ปัจจุบันยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์สวยงามตามแบบพม่า

16.00 น. เข้านมัสการพระเจดีย์เจาดอจี หรืออีกชื่อหนึ่งคือวัดหินใหญ่ มีพระพุทธรูปขนาดใหญ่แกะสลักจา กหินอ่อนก้อนเดียว

19.00 น. รับประทานอาหารค่ำ เข้าพักโรงแรม มัณฑะเลย์สวอน

วันที่สี่ เวลา 7.30 น. เดินทางออกจากโรงแรมไปยังท่าเรือ Mayan Chan เป็นเรือสองชั้นนั่งสบาย ใช้เวลาประมาณเกือบชั่วโมงไปยังเมือง มิงกุน ขึ้นจากเรือได้เผชิญหน้ากับพ่อค้าเร่มีทั้งเด็กผู้ใหญ่ รุมล้อมขายของน่าเวียนหัวที่สุด เสียงเรียกซื้อของดังลั่นต้อง รีบขึ้นรถหนีไปยังที่ตั้งของระฆังยักษ์ซึ่งพระเจ้าปะดุงทรงสร้า งไว้ เป็นระฆังสัมฤทธิ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศพม่า หนักประมาณ 90 ตัน สูง 4 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางของปากระฆังกว้าง 5 เมตร

     

             จากนั้นเดินทางไปยัง “พระเจดีย์ยักษ์มิงกุน” ที่พระเจ้าปะดุงได้สร้างไว้มีความสูง 165 เมตร มีพระพุทธรูปงดงามมากหลายองค์ในพระเจดีย์  ชมพระเจดีย์อีกหนึ่งองค์ ชื่อ “พระเจดีย์สินพยุเม” พระเจ้าพะคยีดอสร้างไว้ พ.ศ.2359สร้าง ก่อนเสด็จขึ้นเป็นกษัตริย์ พระเจดีย์องค์นี้ตั้งอยู่บนภูเขาพร ะสุเมรุ อันเป็นศูนย์กลางของจักรวาลตามความเชื่อเกี่ยวกับเรื่ องไตรภูมิในพุทธศาสนา ย่ากับคณะศิษย์ได้สวดมนต์แผ่เมตตาถวายแด ่เทพยดา และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย  นั่งเรือกลับและเดินทางต่อไปเมืองสะแดง อดีตเมืองหลวงเก่า ชมเมือง หาซื้อของที่ระลึก กลับที่พักโรงแรม Mondalay Swan

                 วันที่ห้า ของการเดินทาง

                 7.00 น. เช็คเอาท์ออกจากโรงแรม นั่งรถมาสนามบินมัณฑะเลย์ คือสนามบินเมืองเฮโฮ ใช้เวลา 30 นาที

                 10.30 น. เครื่องบินถึงสนามบินเมืองเฮโฮ เดินทางต่อโดยรถปรับอากาศ สู่ทะเลสาบอินเล เข้าพักที่โรงแรม Myanmar Treasure Resort ตั้งอยู่กลางทะเลสาบ

                 12.00 น. รับประทานอาหารที่โรงแรม

                 13.30 น. ขึ้นรถเดินทางไปถ้ำเปินตาย่า เป็นถ้ำที่ศักดิ์สิทธิ์มีพระเจดี ย์เก่าโบราณรูปทรงมอญภายในถ้ำมีพระพุทธรูปปางต่างๆ จำนวน 8,094 องค์ มีบันไดขึ้นลง 200 กว่าขั้น มีหินงอกเป็นสีดำ เป็นแท่งสูงเกือบ 2 เมตร มีพลังมากเหมือนหินสเก็ดดาว

                 19.00 น. กลับโรงแรมทานอาหารค่ำ

   

               วันที่หกของการเดินทาง

                 7.00 น. ทานอาหารเช้าเรียบร้อย ล่องเรือหางยาวไปชมการทำการเกษตรบนทะเลสาบที่ไม่ใช้สารเคมี เป ็นสวนผักลอยน้ำ ปลูกมะเขือเทศออกสู่ตลาดจำนวนมาก เรือพาไปนมัสการพระเจดีย์พะอองดอกู เป็นพระเจดีย์ที่ศักดิ์สิท ธิ์ 1 ใน 7 ของพม่า สวดมนต์ทำสมาธิ แผ่เมตตา เรียบร้อยลงเรือต่อไปนมัสการเจดีย์ งาแฟซอง ชมธรรมมาสน์พระแกะสลักปิดทองมีอายุราวพันกว่าปีฝีมือของชาวมอญโ บราณ แวะชมผ้าไหมที่ทอจากใยบัว เครื่องเงิน ที่ตั้งโรงงานอยู่กลางทะเลสาบ กลับที่พักทานอาหารเย็นที่โรงแร ม

                 วันที่เจ็ด รับประทานอาหารเช้า เดินทางออกจากโรงแรมลงเรือมาขึ้นบก ขึ้นรถบัสตรงมาที่สนามบินเ ฮโฮ

                 11.30 น. บินถึงย่างกุ้ง ทานอาหารเที่ยง จากนั้นไปนมัสการพระพุทธไสยาสน์เชาตาจี พระเจดีย์สุเล และพระเจดีย์โปตะดอง

                 ไกด์พาเที่ยวตลาดโบ้เบ้ “สก๊อตมาเก็ต” คณะศิษย์สนุกสนานในการละลายทรัพย์อย่างเพลิดเพลิน

                 18.00 น. เดินทางสู่สนามบิน

                 20.00 น. บินกลับถึงกรุงเทพเวลา 10.30 น.โดยสวัสดิภาพ

                 การเดินทางครั้งที่สองของย่านี้มีความสุขมากได้สวดมนต์ไหว้พระ ทำทานตลอดทาง เสียค่าใช้จ่ายค่าทัวร์ 38,000 บาท ไม่เสียดายเลย ยังได้ทำบุญตามสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เพื่อมีส่วนร ่วมในการทะนุบำรุงในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทุกแห่ง มีโอกาสก็จะไป อีกเพราะยังมีสถานที่ที่น่าไปกราบไหว้ที่เมืองพุกาม และที่เมา ะตะมะอีกหลายแห่ง

                 มีรายงานที่พวกศิษย์ควรรู้ว่า ประเทศพม่านั้นเป็นประเทศที่ทหา รปกครอง ไม่เป็นประเทศประชาธิปไตย หลายประเทศไม่ติดต่อด้วย แต่ย่าคิด พิจารณาว่าเป็นบุญของประชาชนชาวพม่าที่ไม่ถูกความศิวิไลย์จอมปล อมเข้าครอบคลุม ทุกคนอยู่ดีมีสุขไม่มีหนี้เพราะไม่มีธนาคาร ไม่มีการค้าที่ไม่เอารัดเอาเปรียบ ขูดรีดเลือดเนื้อของประชาชน ย่าสังเกตว่า พวกเขาอยู่อย่างเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งยังรักษาวัฒนธรรมประเพณีข องตนอย่างเหนียวแน่น ประชาชนชาวพม่าจะนุ่งโสล่ง ไม่มีสายเดี่ยว ไม่มีกางเกงยีนส์ ทำสวน ทำไร่ ทำนา ทุกคนมีกินมีใช้ สาธุขอให้พม่ารักษาแผ่นดินทองนี้ไว้ตลอดเทอญ



Edited by Editor on 22 August 2007 at 21:24
Back to Top View Editor's Profile Search for other posts by Editor
 

If you wish to post a reply to this topic you must first login
If you are not already registered you must first register

  Post ReplyPost New Topic
Printable version Printable version

Forum Jump
You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot create polls in this forum
You cannot vote in polls in this forum

Powered by Web Wiz Forums version 7.9
Copyright ©2001-2004 Web Wiz Guide

This page was generated in .0703 seconds.