Home

admin@khunya.in.th
nopp@khunya.in.th amnat@khunya.in.th

 

 

 

 

 

 

เรื่องน่ารู้
กรรม โดยคุณย่าเยาวเรศ บุนนาค (ตอนที่ 1)
 ......วันอังคารที่ 3 พค 48 ย่ากับคณะศิษย์พลังกายทิพย์ได้เดินทางไปสอนวิชาพลังกายทิพย์เพื่อสุขภาพ ที่ศาลาห้องประชุมสะพานหินจังหวัดภูเก็ต รุ่นที่ 7 โดยคณะศิษย์รุ่นก่อนหน้าได้ร่วมมือกันจัดอบรมขึ้น เมื่อได้รับกระเป๋าเดินทางเรียบร้อยแล้วกำลังจะเดินทางออกจากอาคารสนามบินภูเก็ต เพื่อมาขึ้นรถของคุณอุไรรัตน์ อติเศรษฐ์ พอก้าวลงพื้นซึ่งเป็นทางลาดเตี้ยๆ แต่พื้นหินที่ขัดมันทำให้ลื่นถลาล้มลง ข้อเท้าทางด้านซ้ายพลิกหัก ตาตุ่มสองข้างแตกเท้าห้อยร่องแร่ง ลูกศิษย์ช่วยกันประคองขึ้นรถ ย่ารู้ว่าจำเป็นต้องไปโรงพยาบาล ขณะที่นั่งรีบจับเท้าให้ตรง กลับมาแล้วรีบบำบัดทันที คุณอุไรรัตน์ได้พาไป รพ. ภูเก็ตพบ น.ต. นายแพทย์ยุทธวัฒน์ ดิรกนกสถิตย์ ได้ส่งเอ็กซเรย์ตรงข้อเท้าที่หักพบว่ากระดูกตาตุ่มแตกหักเคลื่อน หลุดออกจากกัน นายแพทย์เห็นฟิล์มเอ็กซเรย์แล้วบอกว่า ต้องทำการผ่าตัดด่วนไม่มีทางอื่นที่จะรักษาได้ ย่าเป็นคนแพ้ยาแก้อักเสบทุกชนิด แพ้ยาแก้ปวดด้วย จึงตัดสินใจขอร้องคุณหมอให้ช่วยดึงเท้าเพื่อให้ กระดูกที่หลุดออกเข้าที่ ซึ่งคุณหมอบอกว่าต้องดมยาสลบ เพราะมันจะเจ็บปวดมากจนทนไม่ไหว แต่ย่ากลัวว่าโดนยาสลบแล้วจะไม่ฟื้น ขอร้องให้คุณหมอช่วยดึงโดยไม่ต้องวางยาสลบ หมอมีความงุนงงมากไม่คิดว่าย่าจะทนความเจ็บปวดได้ ความจริงย่าได้ใช้พลังสีม่วงเจิดจ้าอัดเข้าไว้เต็มที่แล้ว คุณหมอเมื่อเห็นว่าคนไข้ดื้อมาก เลยตัดสินใจดึงจัดกระดูกที่เคลื่อนและแตกเข้าที่ ถามอยู่ตลอดเวลาว่าถ้าเจ็บจนทนไม่ไหวแล้วให้ร้อง ด้วยความสัตย์ย่าไม่เจ็บเลย ทำให้นึกถึงพระเดชพระคุณอาจารย์หลวงปู่ ที่ค้นพบวิชาที่ยอดเยี่ยมนี้มาโปรดมวลมนุษย์ เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อเกินกว่าที่มนุษย์จะเข้าใจได้ เพราะเหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านมาตลอด 10 ปี ได้ผลพิสูจน์แน่นอนว่า พลังคอสมิคสีม่วงสามารถระงับความปวดได้แน่นอน เมื่อจัดกระดูกเข้าที่แล้วคุณหมอได้เข้าเฝือกอ่อนให้แล้วนำไปเอ็กซเรย์อีกครั้ง กระดูกเข้าที่เรียบร้อย รอยแตกทั้งสองที่ตาตุ่มและด้านหลังเท้ายังเห็นชัดเจน คุณหมอบอกว่า อย่างไรควรจะต้องผ่าตัดใส่น๊อต ใส่เหล็ก ใส่สกรู มิฉะนั้นขาจะปัดเป๋แน่นอน จากนั้นเมื่อเสร็จแล้วได้ออกจากโรงพยาบาลแวะรับประทานอาหารกลางวัน และด้ไปที่ห้องประชุมสะพานหิน เพื่อสอนวันแรก เวลา 13.30 น.-15.30 น. เจ้ากรรมที่ห้องประชุมที่จัดสอน อยู่ชั้นสอง ประชาชนชาวภูเก็ตมารอเรียนกัน 100 กว่าคน ลูกศิษย์ชายสองคน คือ คุณกวง และคุณไพฑูรย์ ได้ช่วยกันอุ้มย่าขึ้นบันไดเข้าห้องประชุม ขณะนั้นอาการปวดไม่มีเลย คุณหมอไม่ได้จ่ายยาแก้ปวดหรือยาแก้อักเสบให้ เพราะย่าแพ้ยา ในวันแรก คือวันที่ 3 พ.ค. ได้อบรมจนจบ ลูกศิษย์ที่เป็นมาสเตอร์ได้ช่วยกระตุ้นจักระ ให้ผู้ที่เข้ารับการอบรมจนเรียบร้อย ขากลับลูกศิษย์อุ้มย่าลงบันไดมา ย่านึกในใจว่า เรื่องเคราะห์กรรมนั้นอาจเกิดซ้ำได้อีก ถ้าลูกศิษย์สองคนก้าวพลาด คงเกิดเหตุซ้ำแน่นอน แต่ก็ผ่านพ้นมาได้ กลับมาถึงโรงแรมกะตะธานี ซึ่งคุณสมบัติ คุณอุไรรัตน์ อติเศรษฐ์ เจ้าของ ได้เปิดห้องพักและอาหารฟรีให้กับย่ากับคณะ ได้ปริการอย่างประทับใจมาก ย่าได้พัก คืนนั้นหลับสบายตลอดคืน ไม่มีอาการเจ็บปวด ทั้งๆ ที่ไม่ได้รับประทานยาใดๆ รุ่งขึ้นย่าพิจารณาดูแล้วว่า ถ้าการไปสอนเดินไม่ได้ ต้องอุ้มขึ้นอุ้มลง คงไม่เข้าท่าแน่ เลยตัดสินใจให้ลูกศิษย์ที่เป็นมาสเตอร์ไปสอนแทน ซึ่งก็เรียบร้อยดีจนจบถึงวันอาทิตย์ จากนั้นย่ากับคณะจะต้องเดินทางไปสอนที่โรงพยาบาลตรังต่อ ซึ่งต้องนั่งรถไป 3 ชม.เศษจากภูเก็ต ย่าตัดสินใจกลับกรุงเทพ ให้ลูกศิษย์ไปสอนแทนที่ตรัง
.......กลับมาปรึกษานายแพทย์จักรกฤษ์ ภูมิสวัสดิ์ ว่าต้องผ่าตัดหรือไม่ นำฟิล์มเอ็กซเรย์กับรายงานชองคุณหมอกระดูกที่รพ.กรุงเทพภูเก็ตด้วย วันนี้ 10 พ.ค. คุณหมอจักรกฤษ์ได้มาเยี่ยมและดูฟิล์มเอ็กซเรย์ มีความเห็นว่า ในกรณีแพ้ยาของย่าไม่ควรผ่าตัด เท่าที่เห็นจากการรักษาด้วยพลังคอสมิค หลังจากการจัดกระดูกเข้าที่ และเข้าเฝือกอ่อนไว้นั้น ตลอด 5 วันที่ภูเก็ตได้รักษาด้วยพลังคอสมิคทุกวัน วันอาทิตย์ก่อนกลับกรุงเทพได้ไปเอ็กซเรย์ที่รพ.กรุงเทพภูเก็ตดูอีกครั้ง ปรากฏว่ามีแคลเซี่ยมลงมาต่อตรงรอยแตกด้านใน แต่ด้านนอกที่เป็นรอยแยกยังอยู่เหมือนเดิม หมอจักรกฤษ์ดูแล้วก็ยืนยันว่า เราสามารถรักษาด้วยพลังคอสมิคได้ เพราะธรรมชาติของมนุษย์ กระดูกหักจะเชื่อมต่อได้เอง
กรรม โดยคุณย่าเยาวเรศ บุนนาค (ตอนที่ 2)
 
.....มาถึงเรื่องของ “กรรม” ลูกศิษย์ทั้งหลายอาจจะคิดว่า ทำไมหลวงปู่ และเทพเทวดาทั้งหลายจึงไม่คุ้มครอง ปกหักรักษาย่า ทั้งที่ตลอดเวลาย่าทำบุญมากมายโดยไม่หวังผลตอบแทน กุศลผลบุญที่ย่าทำไปไหนหมด ทำไมต้องเกิดอุบัติเหตุเช่นนี้ ย่าขอทำความเข้าใจ เรื่องของกรรม บุญบาปลบล้างกันไม่ได้ คนเราเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมชาติ เวียนว่ายตายเกิดเป็นเรื่องธรรมดา การตายไม่ใช่เรื่องน่ากลัวเลย แต่การเสวยกรรมที่ทำไว้ในอดีตหรือปัจจุบันน่ากลัวกว่า ความจริงตนเองเป็นคนที่ศึกษาในศาสตร์ต่างๆ ที่สามารถพิสูจน์ได้ เคยเรียนวิชาโหราศาสตร์ จากท่านอาจารย์เทพ สาริกบุตร ซี่งท่านใช้การคำนวณตามแบบนิรายะนะวิธี โดยทำสัมผัสของดาวเคราะห์ทุกดวง คำนวณตามระบบดาราศาสตร์ คัดอายนางศะ ตรงกับความเป็นจริงดวงดาวบนท้องฟ้าในปัจจุบัน ความสนใจและตั้งใจศึกษาจากท่านอาจารย์ จนมีความสามารถพยากรณ์ได้แม่นยำมาก มีชื่อเสียงว่าเป็นหมอดูกิตติมศักดิ์ 1 ใน 10 ของประเทศไทย หลายสิบปีมาแล้วเคยทำนาย ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ว่าปีนี้ห้ามขึ้นเครื่องบิน เพราะเรือบินจะตก ท่านตกใจ ถามว่าแล้วจะตายไหม ก็ทายไว้ว่าจะเจ็บตัว ไม่ตาย ไม่พิการ ให้ระวังในเดือนสิงหาคม เผอิญเรื่องของเคราะห์กรรมคงจะหนีไม่พ้น ต้นเดือนสิงหาคมลืมคำพยากรณ์ ท่านได้ขึ้นเครื่องบินไปจังหวัดตาก ขากลับเครื่องบินตกที่รังสิต ตัวท่านได้รับบาดเจ็บสาหัส เข้าโรงพยาบาลภูมิพล ท่านสั่งให้เลขามารับย่าไปพบ ย่าก็ยังยืนยันว่าไม่ตาย ไม่พิการ และจะกลับไปทำงานได้ในวันที่ 21 กันยายน แน่นอน และก็เป็นไปตามคำทำนาย ด้วยเหตุที่ย่าพอรู้เรื่องวิชา ได้ดูดวงของตนเอง เคยบอกลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดว่า ย่าถึงเวลาที่จะไปเกิดใหม่แล้วนะ ใครอยากได้วิชาก็เข้ามารับไว้ให้ได้มากที่สุด ย่าตายไปจะได้ตกทอดถึงลูกหลานทุกคน ขอให้ตั้งใจสร้างกุศลให้มากๆ อย่าได้เสียชาติเกิด ที่เกิดเป็นมนุษย์ ช่วยกันเผยแพร่วิชานี้สู่เพื่อนมนุษย์ให้มากที่สุด จะเป็นประโยชน์แก่ตนและผู้อื่น

กรรม โดยคุณย่าเยาวเรศ บุนนาค (ตอนที่ 3)
 
.......ดวงดาวที่โคจรบนท้องฟ้า ท่านไม่ได้เป็นตัวดลบันดาลให้เกิดเหตุต่างๆ ในวิถีชีวิตของมนุษย์ กรรมของมนุษย์เองต่างหาก ทั้งในอดีตและปัจจุบันที่สร้างไว้ กรรมของแต่ละบุคคลที่เกิดจากครรภ์มารดา ในขณะนั้น ชั่วโมงนั้น นาทีนั้น ดวงดาวในท้องฟ้าได้โคจรสถิตอยู่นะตำแหน่งใด ราศีใด และลัคนา ที่สถิตย์อยู่นั้น อยู่ราศีไหนก็จะเป็นแผนที่บ่งบอกกรรมในการดำเนินชีวิตของผู้นั้น ยกตัวอย่างเช่น ดวงชะตาของผู้หนึ่ง เกิดมาแผนที่ชะตาชี้ชัดว่า ผู้นี้ต้องเป็นมหาเศรษฐี ผู้นั้นไม่ต้องมีอาชีพทุจริต ไม่ต้องเบียดเบียดใคร โกงชาติกินเมือง ก็ต้องเป็นมหาเศรษฐี บางคนดวงชะตาชี้ชัดว่าบั้นปลายชีวิตต้องลำบาก เจ็บไข้ทนทุกข์ทรมาน ก็หนีไม่พ้น ดังนั้นกรรมจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

......ดวงของย่าที่พิจารณาดูแล้วว่าไม่ค่อยดี จะมีเคราะห์อาจถึงฆาตได้ แต่งานที่ต้องทำหยุดไม่ได้ จึงเกิดเหตุขึ้น ผู้ที่รู้ทางโหราศาสตร์ คงพอจะเข้าใจจากระบบการโคจรของดวงดาว ที่จะบอกได้ถึงเคราะห์นั้น คือ

.....1. ดาวพฤหัส ซึ่งเจ้าเรือนลัคนาเดิมได้โคจรเข้าเรือนประ คือ ราศีกันย์ ในปัจจุบันปีนี้ ทำให้ดาวพฤหัสอ่อนแรง หมดฤทธิ์อำนาจที่จะคุ้มครองป้องกันตัวย่า

.....2. ดาวราหูโคจรเข้าราศีมีนทับราหูเดิม มีดาวพุธโคจรเข้าร่วม และมีสภาพเป็นนิจ ดาววันเกิดของย่าด้วย

.....3. ดาวเสาร์ เป็นดาวอายุเดิม ทั้งกุมลัคนาด้วยในปี 2548 นี้ ดาวเสาร์ได้เดินทางสู่ภพมรณะ

.....4. ดวงจันทร์ทำมุม 135 องศา กับดาวเสาร์ เวลา 9.39 น. ตอนเกิดเหตุพอดี ทั้งมีดาวอังคารเข้าร่วมด้วย ฉะนั้นจึงไม่สามารถหนีกรรมพ้น

.....ดูตามปฏิทินโหร ในวันที่ 3 พ.ค. ศกนี้ ดวงดาวโคจรทำมุมทำองศา เล่นลัคนาเต็มที่ หลีกหนีไม่พ้นแน่ ทั้งตัวย่าเองมีความประมาท ไม่เคยดูดวงตนเองเลย เกิดเรื่องแล้วจึงมาเปิดปฏิทินดูเห็นได้ชัด ถามว่าถ้ารู้ก่อนแล้วจะไปสอนไหม? ก็ต้องไปเพราะนัดไว้ ผิดคำพูดไม่ได้ ผู้คนที่คอยเรียนจะเสียใจ เหตุจะเกิดก็ต้องเกิด ถ้าไม่ไปอยู่บ้านก็คงตกบันไดขาหักเช่นกัน

.....แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดเหตุเช่นนี้ได้บทเรียนอะไรบ้าง เสียใจหรือเปล่าที่เดินไม่ได้จนกว่ากระดูกจะประสานกัน ท้อแท้หรือไม่ในการที่จะไปช่วยให้ผู้คน ได้เรียนวิชานี้เพื่อประโยชน์สุขแก่ทุกคน โกรธเสียใจหรือไม่ที่ใครๆ ช่วยย่าไม่ได้ ด้วยสัจจะวาจา ไม่โกรธ ไม่เสียใจ ไม่ท้อแท้ ไม่โทษใคร โทษกรรมของตนที่ทำมาในอดีตชาติแน่ เพราะชาตินี้ไม่ได้หักขาของใครเลย อุบัติเหตุครั้งนี้กลับได้สิ่งที่วิเศษ ที่ทำให้มั่นใจในวิชาของพลังคอสมิคที่ร่ำเรียนมาแน่นอนยิ่งขึ้น เพราะที่แล้วมารักษาคนเจ็บปวดทรมานจากการปวดมะเร็งขั้นสุดท้ายหายปวดภายใน 5 นาที แล้วรักษาต่อทุกวันจนถึงเวลาตายก็ไปอย่างสงบ รักษาคนกระดูกหลังเท้าหัก เชื่อมต่อกันได้อย่างรวดเร็ว จับคนที่ถูกตัวต่อต่อยหายปวดได้ อีกมากมาย ไม่เคยประสบกับตนเองเลย จนเกิดเหตุชั่วพริบตาระหว่างขึ้นนั่งบนรถ เพื่อจะไปโรงพยาบาลได้พยายามจับเท้าที่บิดพลิกกลับมาแล้วจับจักระ 7 อีกมือกุมข้อเท้าไว้ กำหนดเห็นสีม่วงเจิดจ้าวิ่งเข้าสู่ข้อเท้าเต็ม อาการเจ็บปวดไม่มีเลย แม้ขณะที่คุณหมอยุทธวัฒน์ ดึงเท้าให้ตรงจัดกระดูกเข้าที่ หมอถามอยู่ตลอดว่าทนไหวหรือไม่ ถ้าเจ็บให้ร้อง ย่าไม่เจ็บเลย แต่รู้สึกว่าหมอจะเจ็บแทนเพราะหน้าตาหมอแดงก่ำไปหมด ทั้งตอนกลางคืนลูกศิษย์มาช่วยส่งพลังกันอุตลุด คืนนั้นหลับสบายไม่ได้กินยาแก้ปวดแม้แต่เม็ดเดียว และตลอดเวลาก็ไม่เจ็บไม่ปวด จนถึงขณะนี้

.....** ลูกศิษย์ของย่าจำให้แม่น เกิดเหตุฉุกเฉินรีบรักษาตนองทันที ช่วยได้จริงแท้แน่นอน

.....มีข้อสำคัญที่จะบอกกล่าวถึงดวงดาวที่จะให้โทษในปีนี้ ทุกคนไม่ควรประมาท
.....วันจันทร์ที่ 3 ต.ค. แรม 15 ค่ำ เดือน 10 ปีระกา เวลา 17.28 น. เพราะจะเกิดสุริยคราส ที่ราศีกันย์ 16 องศา 24 ลิปดา ผู้ใดมีลัคนาอยู่ ณ ราศีมีน ให้ระมัดระวัง อย่าประมาทเป็นอันขาด

.....วันจันทร์ที่ 17 ต.ค. ขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 ปีระกา จะเกิดจันทรคราส ณ ราศีเมษ 0 องศา 16 ลิปดา เวลา 19.13 น. ใครมีลัคนาองศาต้นราศีเมษ กับ ต้นราศีตุลย์ 1 – 3 องศา


************** ขอความสวัสดีแด่ลูกศิษย์ของย่าทุกคน **************


 
 
 

 

 

 

 
(c) Institute of Cosmic Energy for Healing -1998/2001 40/4 Tesbannimit Tai Road, Jatujak, Bangkok 10900, Thailand.