Home

admin@khunya.in.th
nopp@khunya.in.th amnat@khunya.in.th

 

 

 

 

 

 

เรื่องน่ารู้
บทที่ 2.ประสบการณ์รักษาของคุณย่าใน 10 ปี
 
ภาคที่ 2 บทที่ 2
ประสบการณ์รักษาของคุณย่าในรอบ 10 ปี

       ต่อไปนี้ เป็นเรื่องของการรักษา จากสถาบันพลังกายทิพย์เพื่อสุขภาพ ที่เปิดทำการรักษามาตั้งแต่ ตุลาคม 2538 เป็นต้นมา การรักษาโรคต่างๆ และผลงาน จำเป็นต้องปกปิดชื่อของคนไข้ เพราะเป็นมารยาท (ยกเว้นแต่ในรายที่คนไข้ เขียนเล่าประสบการณ์มาเองในบทต่อไป) แต่ข้อมูลรายงานการหาย ทางการแพทย์สามารถยืนยันได้

       ผู้ป่วยที่เข้ามาทำการรักษา อาจไม่ได้หายทุกคน   บางคนเพิ่งเริ่มเป็นใหม่ๆ ประกอบกับบุญกุศลปัจจุบัน ของผู้นั้น ทำให้อาการป่วยเหล่านั้นหายขาด ในขณะที่บางคนป่วยมากถึงขั้นสุดท้าย การช่วยเหลือ ก็คือ ทำให้คนไข้นั้นสงบ และไม่เจ็บปวดทรมาน บางรายมารักษาไม่สม่ำเสมอ ด้วยความกลัวตายรักชีวิต ก็เพียรไปแสวงหาหมอรักษาด้วยวิธีต่างๆ ตามที่พรรคพวกบอกเล่าชักชวน เมื่อกลับมาหาใหม่ก็ทรุดหนัก แล้วไม่สามารถช่วยชีวิตได้ มีบางคนรักษาดีขึ้นมากตามลำดับ หลังจากได้มาเรียนมาฝึก วิชาพลังกายทิพย์ จนเป็นที่แปลกใจของทางการแพทย์ แต่พอตัวเองแข็งแรงขึ้น ด้วยความขี้เกียจ ก็ทิ้งการฝึก การรักษา กลับไปประพฤติปฏิบัติตัวเหมือนเดิม โรคที่หายไปก็กลับมาใหม่

       ด้วยเหตุเหล่านี้ ผู้ที่เข้ามารักษา ต้องรู้ธรรมชาติของมนุษย์ทุกคน ว่าภายในร่างกายของเรานั้น ต้องเอาใจใส่ดูแล ทะนุบำรุงตลอดเวลา ตัวการสำคัญในการทำให้สุขภาพจิต สุขภาพกาย แข็งแรง อายุยืนยาว คือ อาหาร อากาศ อารมณ์ ระบบขับถ่ายปกติ  ถ้าคนไข้มารับการรักษา แต่ยังใช้ชีวิตไม่ถูกต้อง เช่น ทำงานหามรุ่งหามค่ำ ไม่มีเวลาพักผ่อน พลังวิเศษอย่างไรส่งเข้าไป ก็สูญหายหมด ไม่มีทางที่จะหายได้

จับเนื้องอกที่หน้าอกจนหาย
      ปี พ.ศ. 2538 เริ่มเปิดการรักษาโรคมีผู้เข้ามารับการรักษา จำนวนวันละ 20-30 คน มีอยู่รายหนึ่ง เป็นหญิงสาว อายุประมาณ 20 ปีเศษ ยังโสด แต่ตรวจพบก้อนเนื้องอกที่หน้าอก โตประมาณ 3 ซม. หมอได้นัดทำการผ่าตัดในอีกเดือนต่อมา คือ วันที่ 27 พ.ย. เธอกลัวเรื่องผ่าตัดมาก มีผู้แนะนำให้มาพบ เพื่อรักษาด้วยพลังคอสมิค ย่าได้รักษาโดยจับที่จักระ 7 กับก้อนเนื้องอก 2 นาที จับจักระ 5 กับก้อนเนื้องอก 2 นาที และก้อนเนื้องอกฟอกเลือด 1 นาที รวม 5 นาที ทุกวัน และให้เธอเรียน เพื่อจะได้ปฏิบัติให้ร่างกายแข็งแรงดีขึ้น สามารถรักษาตัวเองได้ เมื่อถึงวันที่หมอนัด เธอได้ขอให้หมอตรวจดูเนื้องอกใหม่อีกครั้ง ปรากฎว่าก้อนเนื้อนั้นหายไป ตรวจไม่พบ คุณหมอยังไม่แน่ใจ ได้ส่งไปเอ๊กซเรย์ใหม่ ก็ไม่ปรากฎก้อนเนื้อนั้น เป็นที่แปลกใจมาก

มะเร็งในสมองหายโดยไม่ต้องให้เคมีบำบัด
      รายต่อมา เป็นเด็กอายุประมาณ 3 ปี บิดาพามาพบ เล่าอาการให้ฟังว่า เกิดมะเร็งขึ้นในสมองด้านซ้าย โตขนาดผลมะนาว เด็กมีอาการผิดปกติ เดินเท้าปัด และมือขวาหยิบของตก บิดาพาไปพบแพทย์ และแพทย์ได้ผ่าตัดทันที เพื่อเอาก้อนมะเร็งออก หลังผ่าตัด แพทย์นัดทำการฉายแสง และให้เคมีบำบัด ซึ่งเป็นวิธีไม่ให้มะเร็งลุกลามต่อไป แต่เด็กจะมีอาการเกิดขึ้นหลายอย่าง ทำให้บิดาลังเล และไปปรึกษาเพื่อนๆ มีคนแนะนำให้มาหาเพื่อรักษาด้วยพลังคอสมิค

      ก่อนการรักษา เด็กมีอาการเดินไม่ตรง และมือขวาใช้การไม่ได้ หลังจากรักษาได้ประมาณเดือนเศษ เด็กเดินดีขึ้น มือขวาเริ่มจับสิ่งของต่างๆได้ ทางแพทย์ก็โทรมาตาม ให้ส่งเด็กไปทำการฉายแสง และให้เคมีบำบัด แต่บิดาได้ผัดผ่อนเวลา จนครบ 3 เดือน จึงพาเด็กไปพบแพทย์ ระยะนั้นเด็กเริ่มพูดชัด เดินคล่อง มือขวาเขียนหนังสือได้ แพทย์เอ๊กซเรย์ดูปรากฎว่า ไม่พบเนื้อร้ายงอกออกมาอีกเลย ขณะนี้ล่วงเวลามาหลายปีแล้ว เด็กโตขึ้น เรียนหนังสือได้ดี และยังมีชีวิตอยู่ บิดาได้เรียนวิชานี้ และนำไปรักษาลูกอยู่ทุกๆ วัน

เกือบตาบอดเพราะมะเร็งในต่อมใต้สมอง
      ประมาณกลางปี พ.ศ. 2539 ได้รับคนไข้เป็นหญิงอายุประมาณ 30 ปี มีบุตรเล็ก ๆ 2 คนอายุประมาณ 5 ขวบและ 3 ขวบ เธอเป็นโรคเนื้องอก ที่ตรงต่อมใต้สมอง โตประมาณเกือบ 1 ซม. มีอาการปวดศีรษะมาก ไม่มีประจำเดือนมานานเกือบปีแล้ว รับประทานยาแก้ปวดทุก 4 ชั่วโมง ตาลาย ไปพบแพทย์มาแล้ว หลายโรงพยาบาล เป็นอาการที่แพทย์หนักใจมาก ถ้าผ่าก็มีโอกาสรอดเพียง 50% แต่ตาคงจะบอด มีโรงพยาบาลหนึ่ง สั่งเครื่องแกมมาไนท์ เพื่อใช้ยิงสลายก้อนเนื้อได้ ทำการบำบัดครั้งละ 5 แสนบาท แต่ไม่รับรองว่าหาย แต่ที่แน่ๆ เนื้องอกก้อนนี้อยู่ติดกับต่อมใต้สมอง เมื่อทำการสลายก้อนเนื้อด้วยแสง อาจทำให้ตาบอดได้ คนไข้ตัดสินใจไม่ไปทำ และมีผู้แนะนำให้มาพบ

      ย่าทำการรักษาให้ โดยจับ 7 กับ 6 ให้ 4 นาทีและฟอกเลือดให้ 1 นาที ทุกวัน ใช้เวลาเพียง 3 วัน อาการปวดศีรษะเริ่มทุเลาลง ประมาณ 2 อาทิตย์ อาการปวดศีรษะหายไป เธอเข้าอบรมระดับปฐมจักระ ใช้เวลา 6 วัน เพื่อจะได้รู้เรื่องราวการทำงานของร่างกาย ให้เธอปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการทำงาน ปฏิบัติตัวใหม่ สอนการทำสมาธิ การเดินลมปราณตามธรรมชาติ และให้การรักษาควบคู่กันไปด้วย ประมาณ 3 เดือน สุขภาพร่างกายดีขึ้น น้ำหนักขึ้นประมาณ 3 กก. เธอได้ไปตรวจเนื้องอกที่สมอง ที่โรงพยาบาลเดิม ปรากฎว่าเนื้องอกนั้นได้หดลงเล็กน้อย เหลือเห็นในฟิล์มเพียงบางๆ เธอดีใจมาก รักษากันต่อมาอีก 3 เดือน เมื่อครบ 6 เดือน สิ่งบอกเหตุว่าเธอหายแน่ก็คือ เธอมีประจำเดือนมาเป็นปกติ เธอไปตรวจที่โรงพยาบาลอีกครั้ง ฟิล์มเอ๊กซเรย์ออกมาปรากฎว่า ก้อนมะเร็งนั้นหายหมดสิ้น ซึ่งรายการนี้ทำการรักษาโดยไม่มียา และการรักษาทางแผนปัจจุบันเข้าร่วมด้วย

โรคแพ้พริกก็แพ้พลังคอสมิค
     ญาติทางสามีซึ่งเป็นแพทย์ ได้ติดตามน้องสะใภ้ ที่มารับการรักษาด้วยพลังคอสมิคนี้ มีความสนใจมาก เพราะตัวคุณหมอเอง ก็มีโรคที่หายารักษาไม่หาย คือ โรคแพ้พริกทุกชนิด ถ้าไปรับประทานอาหาร ที่มีพริกผสม จะมีอาการท้องเสีย อาเจียนอย่างแรง คุณหมอได้เข้ามาขอการรักษา และขอเรียนวิชานี้ด้วย ผลปรากฎว่าโรคแพ้พริก หายอย่างเด็ดขาด สามารถรับประทานพริกได้เป็นปกติ ท่านมาเรียนทั้งสามีภรรยา ภรรยาท่านก็เป็นแพทย์ด้วย

     ขณะนี้คุณหมอท่านได้หมั่นเพียร ฝึกฝนในการปฏิบัติ จนสามารถก้าวขึ้นเป็นอาจารย์ในวิชาพลังกายทิพย์ด้วยคนหนึ่ง ท่านอนุญาตให้กล่าวนามท่านได้ ท่านคือนายแพทย์พัลลภ โพธิพฤกษ์ ได้เข้าร่วมการสนทนา ในรายการผ่าทางตันของดร. เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ใน ITV และตัวท่านศรัทธาในวิชานี้มาก ท่านได้เชิญย่าไปสอนที่กรุงเทพประกันภัย อยู่ที่ตึกสีลมคอมเพล็กซ์สมัยนั้น ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2540

หายแล้วชวนเพื่อนมารักษาต่อ
      ในรุ่นนั้น ได้มีคุณหมอผู้หนึ่ง บินมาจากสหรัฐอเมริกา เข้าร่วมศึกษาในรุ่นนี้ด้วย คุณหมอผู้นี้ ป่วยเป็นโรคปวดตามเส้นประสาท เดินไม่ตรงต้องใช้ไม้เท้า เล่าให้ฟังว่า แพทย์ทางสหรัฐฯ ผ่าตัดเอาเส้นประสาท ออกไป 2 เส้น  แต่ก็ไม่หาย ได้รับการรักษาด้วยพลังคอสมิค ระหว่างที่เข้ามาเรียน มีอาการดีขึ้น คืออาการปวดค่อยทุเลา ผู้เข้ารับการอบรมในรุ่นนั้น เห็นผลจากการรักษาของเพื่อน จึงสนใจเข้ามาพบ และเล่าให้ย่าฟังว่า มีชาวอเมริกันซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเขา ขณะนี้ป่วยเป็นโรคมะเร็ง เขาอยากจะติดต่อให้เดินทางมาพบคุณย่า เพื่อรักษา คุณย่าจะช่วยรักษาให้หายได้หรือไม่ ย่าตอบว่า ถ้าบอกว่าหายก็จะเป็นเรื่องโกหก ถ้าเขาเดินทางมาได้ ก็จะรักษาให้ แต่ไม่รับรองว่าจะหายหรือไม่หาย

      หลังจากที่สอนจบหลักสูตร 6 วัน ในปลายเดือนมีนาคม 2540 พอวันที่ 5 เมษายน ลูกศิษย์คนนี้ ได้พาคนไข้ ซึ่งบินมาจากสหรัฐอเมริกา เพิ่งมาถึงในตอนเช้า มาหาที่อาคารพรสวรรค์ ดูท่าทางอ่อนเพลียมาก ย่ารีบส่งพลังให้ทันที สังเกตดูว่า ตัวของคนไข้มีปลาสเตอร์มอร์ฟีนอยู่ 6 หลอด คาดอยู่ บอกว่าเวลาปวดขึ้นมาต้องรีบฉีดทันที มิฉะนั้นจะช็อก หลังจากรักษาเรียบร้อยแล้ว ก็ให้รีบนำไปพักที่โรงแรมทันที

      รุ่งเช้าลูกศิษย์ได้พามาพบ ดูคนไข้หน้าตาดีขึ้น มาถึงก็ขอเข้าดูในห้องเรียนเล็ก ๆ ที่ใช้สอนในอาคาร มีรูปหลวงปู่ดาสิรา ขนาด 8x12 นิ้ว แขวนอยู่บนบอร์ดตรงมุมห้อง ฝรั่งเห็นรูปก็ยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อม ย่าดีใจมาก ที่เห็นเขานับถือหลวงปู่อย่างจริงใจ ฝรั่งผู้นี้เป็นแพทย์ เป็นเจ้าของโรงงานผลิตวิตามิน อยู่โอไฮโอ สหรัฐอเมริกา ป่วยเป็นมะเร็งมา 2 ปีเศษ อยู่ในระยะเกือบสุดท้าย ย่าถามว่า เป็นอย่างไรเมื่อวานนี้ เขาบอกว่าหลับสบายมาก เขาเชื่อว่าเขาต้องหายแน่ ย่าฟังแล้วรู้สึกหนักใจ เพราะอาการที่เป็น ค่อนข้างไม่สู้ดี แต่ถ้าคนไข้มีศรัทธา มีกำลังใจ ย่าก็จะพยายามสู้กับโรคร้ายให้ได้

      หลังจากที่ทำการรักษาให้แล้ว ก็ได้ถามคุณหมอว่าจะอยู่เมืองไทยอีกนานเท่าไร เขาตอบว่าแล้วแต่ย่าจะเมตตาเขา ย่าบอกเขาว่า ย่าต้องเดินทางไป ภูเก็ต ในวันที่ 8 เมษายน นี้ ทางที่ดีควรจะร่วมเดินทางไปด้วย เพื่อจะได้ไปรักษา และเรียนพร้อมกับลูกศิษย์ ที่ภูเก็ตรุ่นที่ 2 ที่นั่น เขาตอบตกลงทันที โดยจองตั๋วเครื่องบินเที่ยวเช้า เดินทางไปพร้อมกันในวันที่ 8 เมษายน นั่นเอง

หัวเราะแทบขาดใจจับทีเดียวอยู่
       สาเหตุที่สอนลูกศิษย์ รุ่น 1 ที่ภูเก็ต  เพราะมีเจ้าของโรงแรมชั้นหนึ่งของภูเก็ต ป่วยเป็นโรคถุงน้ำขนาด 4 ซม. ที่หัวใจ เหนื่อยหอบ เป็นอาการที่อันตรายมาก ได้มาขอให้รักษา เพียงไม่กี่วัน อาการเหนื่อยหอบทุเลาลง จนเห็นได้ชัดเจน รักษาแล้ว ให้เรียนด้วย ใช้เวลารักษาประมาณ 3 เดือนเศษ ผลปรากฎว่า ถุงน้ำนั้นแห้งหายไปได้ ทำให้ชาวภูเก็ต ที่เป็นญาติสนิท พากันบินมารักษา และเรียนกันมาก ผู้คนที่ภูเก็ตขอร้องให้ย่าเดินทางไปสอนให้ รุ่น 1 ที่ภูเก็ต จึงเกิดขึ้น และในรุ่นนี้ ก็มีคนที่มาเรียน เป็นโรคประหลาดมาก ซึ่งไม่มีทางรักษาหาย คือโรคหัวเราะ ใครถูกตัวหรือทำเสียงดัง คนนี้จะหัวเราะไม่หยุด จนเหนื่อยหอบแทบจะขาดใจตาย พยายามไปหาแพทย์ที่เชี่ยวชาญเกือบทุกคน ก็ไม่มีทางรักษาได้ คุณหมอบอกว่าคุณยังดี ที่เป็นโรคหัวเราะ บางคนเป็นโรคนี้ แต่ร้องไห้จนจะขาดใจ

      คุณคนนี้ได้เข้ามาเรียนด้วย อยู่ในรุ่นที่ 1 หลังจากย่าได้สอนภาคทฤษฎีแล้วในวันแรก คนๆ นี้ได้ลุกจากที่นั่ง เดินตรงมายังเก้าอี้ ที่จะรับการกระตุ้นจักระ ซึ่งย่าได้ยืนประจำเพื่อส่งพลัง คุณคนนี้ได้นั่งลงเพื่อรับพลังจากย่า ย่าไม่เคยรู้จัก และไม่เคยรู้เรื่องอาการหัวเราะ ซึ่งเป็นโรคของคนนี้มาก่อนเลย ตั้งใจส่งพลังจักระ 7 และจักระ 6 เต็มที่ ทุกคนที่มาเรียนในห้องประชุมนั้นเงียบกริบ เพราะเขาทราบอาการของคุณผู้นี้ดี ว่าถ้าใครถูกตัวจะต้องหัวเราะดิ้นพลาดตรงนั้น แต่ด้วยบารมีของหลวงปู่ ดาสิรา นาราดา และบุญของคุณคนนี้จะหายขาด เมื่อย่าวางมือลงบนกระหม่อม และที่หน้าผากเป่าสีทองลงไป ไม่มีเสียงหัวเราะขึ้นมาเลย และเลิกหัวเราะตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ไม่น่าเชื่อว่า จะหายได้ และเรื่องที่รักษาแล้วหายอย่างทันที ยังมีที่จะบันทึกไว้อีกหลายราย . . . . .



 
 
 

 

 

 

 
(c) Institute of Cosmic Energy for Healing -1998/2001 40/4 Tesbannimit Tai Road, Jatujak, Bangkok 10900, Thailand.